มาทำความรู้จักโฆษณาบน youtube มีอะไรบ้าง

Home / article / มาทำความรู้จักโฆษณาบน youtube มีอะไรบ้าง

ถึงแม้คนไทยเราจะรู้จักกับ Youtube มาอย่างนานนมแล้ว แต่พอ Google ได้เปิดตัว Youtube ของไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2014 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบบางอย่าง ในฐานะผู้ชมก็สามารถเปิดดู VDO ต่างๆได้เช่นเดิม แต่สำหรับผู้ผลิต VDO เหล่านี้รวมทั้งผู้ทำธุรกิจต่างๆนี่แหละที่มีความตื่นตัวกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถหารายได้จากการโฆษณาบน Youtube ได้ ส่วนข้อดีอีกอย่างคือ สามารถซื้อโฆษณาเพื่อนำไปปรากฏบนหน้า VDOต่างๆบน Youtube ได้ ผู้เข้าชมก็เห็นโฆษณาเหล่านี้ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการทำตลาดและการทำธุรกิจมากขึ้นนั่นเองรูปแบบของโฆษณาบน youtube มีอะไรบ้าง

โดยโฆษณาเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว แต่สามารถแบ่งออกเป็น 7 ประเภทดังนี้

  • Mastheads โฆษณาชนิดนี้จะอยู่บนหน้าแรกของ Youtube ซึ่งมีขนาด 970×250  pixel โดยสามารถใส่ลูกเล่นให้เป็นแบบ Multi Function ได้ รวมทั้งขายโฆษณาแบบรายวัน
  • Display Ads โฆษณาตัวนี้อยู่บริเวณด้านข้างของ VDO และปรากฏอยู่ในหลายๆหน้าของ Youtube ยกเว้นหน้า Homepage มีขนาด 300×250 pixel
  • Overlay-in-Video เป็นโฆษณา Banner ซึ่งปรากฏอยู่บนตัว VDO Content โดยผู้ชมกดซ่อนได้
  • Trueview in-streams Ads คราวนี้เป็นโฆษณาแบบ Video โฆษณานี้จะเล่นก่อน Video ที่เรากดเข้าไปดู ซึ่งการคิดค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการดูคลิป Youtube จะทำการคิดเงิน หากมีคนดูเกิน 30 วินาทีหรือจนกว่าจะจบ โดยไม่มีการกดข้าม
  • Trueview in-display Ads เป็นการชักชวนให้มาดู Video ของผู้ลงโฆษณา โดย VDO ตัวนี้จะไปปรากฏอยู่บริเวณด้านข้างตรงแถบ Video หลัก ค่าใช้จ่ายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการคลิกเข้าชม Video ตัวนี้
  • Trueview in-search Ads เป็นโฆษณาแบบแนะนำคลิป Video ซึ่งมีความใกล้เคียงกับ Keyword ที่กำหนดไว้ด้านบนของผลการค้นหาใน Youtube โดยการโฆษณาแบบนี้จะมีความเหมือนกับการซื้อ google search network การคิดค่าใช้จ่ายจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อมีการคลิกที่ Link เพื่อเข้าไปดูโฆษณานั่นเอง
  • Non-Skipable in-stream Ads เป็น Video โฆษณาซึ่งฉายก่อนที่คลิปที่เราอยากดูเล่น แบบเดียวกับTrueview in-stream ads แต่รูปแบบนี้เป็นการบังคับให้ ผู้เข้าชมต้องดูโฆษณา Video จนจบ ถึงจะไปยังVideo หลัก ไม่มีปุ่ม Skip มาให้ และ Video ชนิดนี้ต้องมีความยาวไม่เกิน 20 วินาที นอกจากนี้การคิดค่าโฆษณาแบบ CPM หรือจ่ายเมื่อมีคนเห็นต่อ 1,000 ครั้ง

การโฆษณาทั้ง 7 รูปแบบนี้ นักการตลาดต้องเลือกรูปแบบโฆษณาที่มีความเหมาะสมกับสินค้าหรือการบริการที่ต้องการนำเสนอ อีกทั้งเนื้อหาก็ต้องมีความสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ทำให้ผู้ชมอยากดูจนจบโดยไม่รู้สึกเบื่อ อย่างไรก็ตามเนื้อหาของ Content ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน